การแบ่งภูมิภาคทางภูมิศาสตร์

การแบ่งภูมิภาคทางภูมิศาสตร์

          การแบ่งภูมิภาคมีประโยชน์ช่วยให้สามารถเข้าใจถึงลักษณะเฉพาะของแต่ละพื้นที่ได้ชัดเจนยิ่งขึ้นภายในกรอบของพื้นที่รวมทั้งหมด แต่การแบ่งภูมิภาคอาจทำให้เกิดความสับสนขึ้นได้เนื่องจากการแบ่งนั้นกระทำได้หลายวิธีแล้วแต่วัตถุประสงค์ของการนำไปใช้ประโยชน์ และเกณฑ์ที่นำมาใช้ในการแบ่งก็จะแตกต่างกันสุดแต่ว่าจะเป็นวิธีการของหน่วยงานใดหรือนักวิชาการสาขาใด สำหรับงานจัดทำอักขรานุกรมภูมิศาสตร์ไทย ของราชบัณฑิตยสถานยึดถือตามการแบ่งภูมิภาคทางภูมิศาสตร์ของคณะกรรมการภูมิศาสตร์แห่งชาติภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ซึ่งได้เสนอขอความเห็นชอบต่อคณะรัฐมนตรีเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๐ การแบ่งดังกล่าวนี้ ได้อาศัยเกณฑ์ในด้านลักษณะภูมิประเทศเป็นสำคัญ แต่ก็ได้นำลักษณะทางด้านภูมิอากาศ วัฒนธรรมด้านเชื้อชาติ ภาษา และความเป็นอยู่ของผู้คนในท้องถิ่นมาเป็นส่วนประกอบในการพิจารณาด้วย ทั้งนี้ได้แบ่งประเทศไทยออกเป็น ๖ ภูมิภาค คือ
          ๑. ภาคเหนือ มี ๙ จังหวัด ได้แก่ เชียงราย น่าน พะเยา เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน แพร่ ลำปาง ลำพูน และอุตรดิตถ์
          ๒. ภาคกลาง ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร และอีก ๒๑ จังหวัด ได้แก่ พิษณุโลก สุโขทัย เพชรบูรณ์ พิจิตร กำแพงเพชร นครสวรรค์ ลพบุรี ชัยนาท อุทัยธานี สิงห์บุรี อ่างทอง สระบุรี พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี นครนายก ปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม สมุทรปราการ สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม
          ๓. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มี ๑๙ จังหวัด ได้แก่ หนองคาย นครพนม สกลนคร อุดรธานี หนองบัวลำภู เลย มุกดาหาร กาฬสินธุ์ ขอนแก่น อำนาจเจริญ ยโสธร ร้อยเอ็ด มหาสารคาม ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
          ๔. ภาคตะวันออก มี ๗ จังหวัด ได้แก่ สระแก้ว ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
          ๕. ภาคตะวันตก มี ๕ จังหวัด ได้แก่ ตาก กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์
          ๖. ภาคใต้ มี ๑๔ จังหวัด ได้แก่ ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช กระบี่ พังงา ภูเก็ต พัทลุง ตรัง ปัตตานี สงขลา สตูล นราธิวาส และยะลา
          นอกจากการแบ่งภูมิภาคทางภูมิศาสตร์ตามข้อเสนอของคณะกรรมการภูมิศาสตร์แห่งชาติแล้ว ยังมีหน่วยงานที่จัดแบ่งภูมิภาคของประเทศไทยที่สำคัญอีกหน่วยงานหนึ่งคือ คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติซึ่งได้แบ่งประเทศไทยออกเป็น ๖ ภาค และมีขอบเขตของภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้เหมือนกับภูมิภาคทางภูมิศาสตร์ แต่ขอบเขตของภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันตกแตกต่างไปจากภูมิภาคทางภูมิศาสตร์ ดังนี้
 –ภาคเหนือ มี ๑๗ จังหวัด ได้แก่ เชียงราย น่าน พะเยา เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน แพร่ ลำปาง ลำพูน ตาก อุตรดิตถ์ พิษณุโลก สุโขทัย เพชรบูรณ์ พิจิตร กำแพงเพชร นครสวรรค์ และ อุทัยธานี
 –ภาคกลาง มี ๙ จังหวัด ได้แก่ ลพบุรี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สระบุรี พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี และกรุงเทพมหานคร 
 –ภาคตะวันออก มี ๙ จังหวัด ได้แก่ สระแก้ว ปราจีนบุรี นครนายก ฉะเชิงเทรา 
สมุทรปราการ ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด 
 –ภาคตะวันตก มี ๘ จังหวัด ได้แก่ สุพรรณบุรี กาญจนบุรี นครปฐม สมุทรสาคร 
  สมุทรสงคราม ราชบุรี เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์

                                                            นางสาวนฤมล  บุญแต่ง
                                                               นักวรรณศิลป์ ๗ ว
                                                       กองธรรมศาสตร์และการเมือง

 

ถึงเวลาแล้ว เครื่องช่วยประหยัดไฟฟ้า

ลดค่าไฟฟ้า 10 - 30%

 

​​​​​​​​

เกี่ยวกับอุปกรณ์ช่วยประหยัดพลังงานคอสมอเตอร์

"เครื่องปรับปรุงคุณภาพไฟฟ้า เพื่อช่วยลดค่าไฟฟ้า โดยไม่ลดประสิทธิภาพของเครื่องใช้ไฟฟ้า"

หลักการทำงานของ Cosmotor จะใช้วิธีปรับปรุงรูปคลื่นแรงดันและรูปคลื่นกระแสไฟฟ้าให้ดียิ่งขึ้น ส่งผลให้สามารถลดกระแสไฟฟ้าที่สูญเสียไปในเครื่องใช้ไฟฟ้าและสายส่งไฟฟ้ารวมถึงการช่วยลดความร้อนในสายส่ง โดยไม่ลดแรงดันไฟฟ้า (Volts) และยังช่วยปรับปรุงค่าประกอบกำลังฟ้า (Power Factor) ทำให้ระบบไฟฟ้าของท่านเสถียรมากขึ้น ช่วยลดแรงดันกระชาก (Surge & Spikes) ระงับแรงดันเกินชั่วขณะที่เป็นอันตราย อันเนื่องมาจากแหล่งจ่ายภายนอกหรือจากฟ้าผ่า และช่วยแก้ปัญหาแรงดันตกปลายทาง ลดค่าความต้องการพลังงานไฟฟ้า (Peak demand) หลังจากติดตั้งและ ผ่านการใช้อุปกรณ์นี้แล้ว คือค่าไฟที่จะลดลงได้ 10 – 30 %

ประโยชน์ของอุปกรณ์คอสมอเตอร์

  • ช่วยประหยัดค่าไฟฟ้า 10 – 30%
  • เครื่องเดียวควบคุมได้ทั้งระบบ ติดตั้งง่ายลดค่าไฟฟ้าได้ทันที
  • ช่วยปรับปรุงคุณภาพของไฟฟ้าเพื่อให้เครื่องใช้ไฟฟ้าทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • ลดกระแสไฟฟ้าที่สูญเสียไปในสายส่งและลดความร้อนในสายส่งโดยไม่ลดแรงดันไฟฟ้า(Volts)
  • ปรับปรุงค่าประกอบกำลังไฟฟ้า (Power Factor) ทำให้ระบบไฟฟ้ามีความเสถียรมากขึ้น
  • ช่วยปรับปรุงแรงดันให้คงที่และช่วยแก้ปัญหาแรงดันตกปลายทาง
  • ช่วยลดแรงกระชากและแรงดันกระเพื่อม (Surge & spikes)
  • ระงับแรงดันเกินชั่วขณะที่เป็นอันตรายอันเนื่องมาจากฟ้าผ่า
  • ลดค่าความต้องการของพลังงานไฟฟ้า (Peak demand)
  • ลดการกระชากไฟจากมิเตอร์ในขณะที่เปิดเครื่องใช้ไฟฟ้า
  • ลดค่าซ่อมบำรุง และยืดอายุการใช้งาน
  • สินค้ารับประกัน 5 ปี ถ้าเสียหรือเสื่อมยินดีเปลี่ยนให้ใหม่

อ่านเนื้อหาเพิ่มเติม...