พระราชบัญญัติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน สำหรับโรงงาน

 พระราชบัญญัติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน สำหรับโรงงาน

 พระราชบัญญัติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน สำหรับอาคาร

โรงงานใดบ้างที่เข้าข่ายเป็นโรงงานควบคุม

รงงานควบคุม คือ โรงงานที่มีหน้าที่ต้องดำเนินการอนุรักษ์พลังงาน ตามพระราชบัญญัติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ.2535 ซึ่งโรงงานที่จะเข้าข่ายเป็นโรงงานควบคุมนั้น จะต้องมีลักษณะการใช้พลังงานอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ 

๑. เป็นโรงงานที่ได้รับอนุมัติให้ใช้ไฟฟ้าตั้งแต่ ๑,๐๐๐ กิโลวัตต์ หรือ ติดตั้งหม้อแปลงรวมกัน ตั้งแต่ ๑,๑๗๕ กิโลโวลท์แอมแปร์ขึ้นไป หรือ 
๒. เป็นโรงงานที่มีการใช้พลังงานไฟฟ้า ความร้อน หรือ พลังงานสิ้นเปลือง อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือ รวมกัน ในรอบปีที่ผ่านมา ( ตั้งแต่ ๑ มกราคม ถึง ๓๑ ธันวาคม ) มีปริมาณเทียบเท่าพลังงานไฟฟ้า ตั้งแต่ ๒๐ ล้านเมกะจูล ขึ้นไป

 TOP

โรงงานควบคุมต้องทำอะไรบ้าง

ในพระราชบัญญัติ การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. ๒๕๓๕ ได้กำหนดให้ โรงงานควบคุม มีหน้าที่ ดำเนินการอนุรักษ์พลังงาน ในเรื่องดังต่อไปนี้ 
๑. จัดให้มีผู้รับผิดชอบด้านพลังงานอย่างน้อย ๑ คน ประจำโรงงาน 
๒. ส่งข้อมูลการใช้พลังงาน และการอนุรักษ์พลังงาน ให้แก่กรมพัฒนา และส่งเสริมพลังงานทุก ๆ ๖ เดือน 
๓. บันทึกข้อมูลการใช้พลังงาน การติดตั้งเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ ที่มีผลต่อการใช้พลังงานและการอนุรักษ์พลังงานเป็นประจำทุกเดือน 
๔. กำหนดเป้าหมายและแผนการอนุรักษ์พลังงาน 
o ตรวจสอบและวิเคราะห์การใช้พลังงานเบื้องต้น 
o ตรวจสอบและวิเคราะห์การใช้พลังงานโดยละเอียด 
o จัดทำเป้าหมายและแผนการอนุรักษ์พลังงาน 
๕. ปฏิบัติตามแผนอนุรักษ์พลังงานที่ได้กำหนดไว้ 
๖. ตรวจสอบและวิเคราะห์การปฏิบัติตามเป้าหมายและแผนการอนุรักษ์พลังงาน

 TOP

ข้อแนะนำในการปฏิบัติหน้าที่ของโรงงานควบคุม

๑. การจัดให้มีผู้รับผิดชอบด้านพลังงานอย่างน้อย 1 คน ประจำโรงงาน 
ผู้รับผิดชอบด้านพลังงาน ต้องมีคุณสมบัติ อย่างใดอย่างหนึ่งดังนี้ 
o เป็นผู้สำเร็จการศึกษา ระดับปริญญาทางวิศวกรรม หรือวิทยาศาสตร์ มีผลงานด้านการอนุรักษ์พลังงาน ตามการรับรอง ของเจ้าของโรงงานควบคุม หรือ 
o เป็นผู้สำเร็จการศึกษา ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง และมีประสบการณ์การทำงาน ในโรงงานอย่างน้อย 3 ปี โดยมีผลงาน ด้านการอนุรักษ์พลังงาน ตามการรับรอง ของเจ้าของโรงงานควบคุม หรือ 
o เป็นผู้สำเร็จการฝึกอบรม ด้านการอนุรักษ์พลังงาน ที่กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมจัดขึ้น หรือให้ความเห็นชอบ 

ผู้รับผิดชอบด้านพลังงานมีหน้าที่ทำอะไรบ้าง 
o บำรุงรักษา และตรวจสอบประสิทธิภาพ ของเครื่องจักร และอุปกรณ์ที่ใช้พลังงานเป็นประจำ 
o รับรองความถูกต้อง ของรายงานการใช้พลังงาน และการอนุรักษ์พลังงาน ที่ต้องส่งให้กรมพัฒนา และส่งเสริมพลังงาน 
o ช่วยเจ้าของโรงงานควบคุม จัดทำเป้าหมาย และแผนการอนุรักษ์พลังงาน 
o รับรองความถูกต้อง ของผลการตรวจสอบ การปฏิบัติตามเป้าหมาย และแผนการอนุรักษ์พลังงาน 

๒. การส่งข้อมูลการใช้พลังงาน และการอนุรักษ์พลังงาน ให้แก่กรมพัฒนา และส่งเสริมพลังงานทุกๆ 6 เดือน 
เนื้อหาการส่งข้อมูลมีอะไรบ้าง 
o ข้อมูลทั่วไปของโรงงานควบคุม ซึ่งได้แก่ สถานที่ตั้ง ระยะเวลาการทำงาน ประเภท/กิจการ ของโรงงาน เป็นต้น 
o ข้อมูลการใช้ประโยชน์ในโรงงานควบคุม เช่น ข้อมูลการผลิตในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาเป็นต้น 
o ข้อมูลการใช้พลังงานทุกประเภทที่ใช้ในโรงงานควบคุม ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา 
o ข้อมูลการอนรักษ์พลังงานที่เกิดขึ้นในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา 

๓. การบันทึกข้อมูลการใช้พลังงาน การติดตั้งเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ ที่มีผลต่อการใช้พลังงาน และการอนุรักษ์พลังงาน เป็นประจำทุกเดือน 
เนื้อหาการบันทึกข้อมูลมีอะไรบ้าง 
o ข้อมูลทั่วไปของโรงงาน 
o ข้อมูลลักษณะโรงงาน เช่น พื้นที่ใช้สอย หรือข้อมูลการผลิตในโรงงาน เป็นต้น 
o ข้อมูลการใช้พลังงานรายเดือน 
o ข้อมูลการปรับปรุง เปลี่ยนแปลงเครื่องจักร อุปกรณ์หลัก ๆ ที่มีผลต่อการใช้พลังงานและการอนุรักษ์พลังงาน การบันทึกข้อมูลการใช้พลังงาน การติดตั้งเครื่องจักร หรืออุปกรณ์ ที่มีผลต่อการ ใช้พลังงาน และการอนุรักษ์พลังงาน เป็นประจำทุกเดือน และต้องเก็บข้อมูลเหล่านี้ไว้ ประจำที่โรงงานควบคุม อย่างน้อย 5 ปี 

๔. การกำหนดเป้าหมายและแผนการอนุรักษ์พลังงาน 
- การตรวจสอบและวิเคราะห์การใช้พลังงานเบื้องต้น 
ข้อกำหนดในการตรวจสอบและวิเคราะห์การใช้พลังงานเบื้องต้น 
o เจ้าของโรงงานต้องจัดให้มีการตรวจสอบและวิเคราะห์การใช้พลังงานเบื้องต้น และจัดจัดทำรายงานส่งให้กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงานทุก 3 ปี 
o ในครั้งแรกที่กฎกระทรวงเรื่อง การกำหนดเป้าหมายและแผนอนุรักษ์งาน มีผลใช้บังคับต้องส่งรายงานภายใน 6 เดือน 
o การตรวจสอบและวิเคาระห์ รวมทั้งการจัดทำรายงานดังกล่าว ต้องดำเนินการ โดยที่ปรึกษาด้านการอนุรักษ์พลังงาน ที่ได้รับการขึ้นทะเบียน ไว้กับกรมพัฒนา และส่งเสริมพลังงาน เท่านั้น 
ขั้นตอนการดำเนินงาน 
o คัดเลือกที่ปรึกษาด้านการอนุรักษ์พลังงาน ที่จะมาดำเนินการจากบัญชีรายชื่อ ที่กรมพัฒนาส่งเสริมพลังงาน ประกาศและแจ้งชื่อของที่ปรึกษาให้กรมพัฒนา และ ส่งเสสริมพลังงาน ทราบ 
o ยื่นแบบรายละเอียด ของรับการสนับสนุนค่าใช้จ่าย ในการว่าจ้างที่ปรึกษาด้านการอนุรักษ์พลังงาน ที่จะมาดำเนินการ ต่อสำนักกำกับและอนุรักษ์พลังงาน 
o กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน จะอนุมัติเงินสำหรับค่าใช้จ่าย ในการว่าจ้างให้โดยเร็ว 
o เสนอรายงานต่อกรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงานตามระยะเวลาที่กำหนด 
- ตรวจสอบและวิเคราะห์การใช้พลังงานโดยละเอียด 
ข้อกำหนดในการตรวจสอบและวิเคราะห์การใช้พลังงานโดยละเอียด 
o เจ้าของโรงงาน ต้องจัดให้มีการตรวจสอบและวิเคราะห์ การใช้พลังงานโดยละเอียดในโรงงานควบคุม และจัดทำรายงาน ส่งให้กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน ทุก 3 ปี 
o ในครั้งแรกที่กฎกระทรวงเรื่อง การกำหนดเป้าหมาย และแผนอนุรักษ์งาน มีผลใช้บังคับต้องส่งรายงาน ภายใน 6 เดือน หลังจากส่งรายงานตรวจสอบ และ วิเคราะห ์การใช้พลังงานเบื้องต้น แล้ว 
o การตรวจสอบและวิเคาระห์ รวมทั้งการจัดทำรายงานดังกล่าว ต้องดำเนินการ โดยที่ปรึกษาด้านการอนุรักษ์พลังงาน ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนไว้กับกรมพัฒนา และ ส่งเสริมพลังงาน เท่านั้น 
ขั้นตอนการดำเนินงาน 
o คัดเลือกที่ปรึกษาด้าน การอนุรักษ์พลังงาน ที่จะมาดำเนินการจากบัญชีรายชื่อ ที่กรมพัฒนาส่งเสริมพลังงานประกาศ และแจ้งชื่อของที่ปรึกษาให้กรมพัฒนา และ ส่งเสริมพลังงาน ทราบ 
o ยื่นแบบรายละเอียด ของรับการสนับสนุนค่าใช้จ่าย ในการว่าจ้างที่ปรึกษาด้านการอนุรักษ์พลังงาน ที่จะมาดำเนินการ ต่อสำนักกำกับและอนุรักษ์พลังงาน 
กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงานจะอนุมัติเงินสำหรับค่าใช้จ่ายในการว่าจ้างให้โดยเร็ว 
o เสนอรายงาน ต่อกรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน ตามระยะเวลาที่กำหนด 
- จัดทำเป้าหมายและแผนการอนุรักษ์พลังงาน 
ข้อกำหนด ในการจัดทำเป้าหมายและแผนการอนุรักษ์พลังงาน 
o เจ้าของโรงงานควบคุม ต้องนำผลการตรวจสอบ และวิเคราะห์การใช้พลังงานเบื้องต้นและละเอียด มาจัดทำเป็นเป้าหมาย และแผนอนุรักษ์พลังงาน โดยต้องคำนึงถึง มาตรฐาน การอนุรักษ์พลังงาน ที่กำหนดไว้ในกฎหมาย 
o เป้าหมายและแผนการอนุรักษ์พลังงาน ต้องส่งให้กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน ให้มีความเห็นชอบทุก 3 ปี 
o ในครั้งแรกที่กฎกระทรวงเรื่อง การกำหนดเป้าหมายและแผนอนุรักษ์งาน มีผลใช้บังคับต้องส่งรายงานภายใน 6 เดือน หลังจากส่งรายงานตรวจสอบ และ วิเคราะห์ การใช้พลังงานโดย ละเอียดแล้ว 
o การจัดทำรายงานดังกล่าว ต้องดำเนินการ โดยที่ปรึกษาด้านการอนุรักษ์พลังงาน ที่ได้รับการขึ้นทะเบียน ไว้กับกรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน เท่านั้น 

๕. ปฏิบัติตามแผนอนุรักษ์พลังงานที่ได้กำหนดไว้ 
ข้อกำหนดปฏิบัติ ตามแผนอนุรักษ์พลังงานที่ได้กำหนดไว้ 
o การปฏิบัติตามแผนอนุรักษ์พลังงาน จะดำเนินการได้เมื่อกรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน ได้ตรวจสอบความเป็นได้ทางเทคนิค และการลงทุน เพื่อ การอนุรักษ์พลังงาน และให้ความเห็นชอบกับ แผนงานนั้นแล้ว 
o แผนอนุรักษ์พลังงาน จะได้รับการสนับสนุนทางการเงิน จากกองทุนเพื่อการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน 
ความช่วยเหลือทางการเงิน 
o การสนับสนุนทางการเงิน อาจอยู่ในรูปของเงินให้เปล่า เพื่ออุดหนุนภาระดอกเบี้ย ในการลงทุนเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน 
o การเบิกจ่ายเงินจะแบ่งจ่ายเป็น 3 งวดคือ 
ร้อยละ 30 เมื่อส่งเครื่องจักร อุปกรณ์และวัสดุมาให้กับโรงงาน 
ร้อยละ 40 เมื่อได้รับการติดตั้งเครื่องจักรฯ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว 
ร้อยละ 30 เมื่อได้รับผลการอนุรักษ์พลังงาน เป็นไปตามแผนอนุรักษ์พลังงาน 

๖. ตรวจสอบและวิเคราะห์ การปฏิบัติตามเป้าหมาย และแผนการอนุรักษ์พลังงาน 
ข้อกำหนด ในการตรวจสอบและวิเคราะห์ การปฏิบัติตามเป้าหมายและแผนการอนุรักษ์พลังงาน 
o เจ้าของโรงงาน ต้องจัดให้มีการตรวจสอบและวิเคราะห์ การปฏิบัติตามเป้าหมายและแผนการอนุรักษ์พลังงาน และจัดจัดทำรายงาน ส่งให้กรมพัฒนาและ ส่งเสริมพลังงาน เป็นประจำ ทุกปี 
o ในครั้งแรกที่กฎกระทรวงเรื่อง การกำหนดเป้าหมายและแผนอนุรักษ์งาน มีผลใช้บังคับต้องส่งรายงานภายใน 6 เดือน หลังจากแผนอนุรักษ์พลังงาน ได้รับความเห็นชอบจากกรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน 
o รายงานดังกล่าว ต้องได้รับการรับรองผลการตรวจสอบ จากผู้รับผิดชอบด้านพลังงาน ก่อนส่งให้กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน 
o การตรวจสอบและวิเคาระห์ รวมทั้งการจัดทำรายงานดังกล่าว ต้องดำเนินการ โดยที่ปรึกษาด้านการอนุรักษ์พลังงาน ที่ได้รับการขึ้นทะเบียน ไว้กับกรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน เท่านั้น 
เนื้อหาการรายงานการตรวจสอบต้องประกอบไปด้วย 
o ผลการดำเนินงาน ตามแผนการอนุรักษ์พลังงาน ที่ได้ดำเนินการไปแล้ว 
o เปรียบเทียบผลการอนุรักษ์พลังงาน ที่ทำได้จริงกับเป้าหมาย ที่ตั้งไว้ 
o ปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงาน

 TOP

โรงงานได้รับอะไร จากการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติ การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน

การอนุรักษ์พลังงาน จะช่วยให้โรงงาน สามารถลดค่าใช้จ่าย ทางด้านพลังงาน ซึ่งถือเป็นต้นทุน ในการผลิตอย่างหนึ่ง มีผลทำให้ศักยภาพ ในการผลิต และการแข่งขัน ในการประกอบธุรกิจสูงมากขึ้น 
นอกจากนี้ การดำเนินงาน เพื่อการอนุรักษ์พลังงาน ของโรงงาน จะได้รับความช่วยเหลือ ตามที่กฎหมายกำหนดไว้หลายเรื่อง คือ 

เงินช่วยเหลือ เงินอุดหนุน 
สำหรับการกำหนดเป้าหมาย และแผนการอนุรักษ์พลังงาน ของโรงงานควบคุมในเรื่อง ดังนี้ 
เงินช่วยเหลือให้เปล่าไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท สำหรับค่าใช้จ่าย ในการตรวจสอบ และวิเคราะห์การใช้พลังงานเบื้องต้น 
เงินอุดหนุน จำนวนร้อยละ ๕๐ ของค่าใช้จ่าย ในการจัดทำเป้าหมาย และแผนอนุรักษ์พลังงาน แต่ไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ( รวมทั้งค่าใช้จ่าย ในการตรวจสอบ และวิเคราะห์การใช้พลังงาน โดยละเอียด ) 

เงินช่วยเหลือให้เปล่าไม่เกิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท 
สำหรับเจ้าของโรงงานควบคุม ที่ประสงค์จะปรับปรุง การออกแบบก่อสร้างโรงงาน ที่อยู่ระหว่างการออกแบบ หรือก่อสร้าง ทั้งนี้ เพื่อให้มีการใช้พลังงาน อย่างมีประสิทธิภาพ มากกว่ามาตรฐาน การอนุรักษ์พลังงาน ที่กำหนดไว้ 
เงินอุดหนุน สำหรับการลงทุน ตามแผนอนุรักษ์พลังงาน ของโรงงานควบคุม ที่ได้รับความเห็นชอบ จากกรมพัฒนา และส่งเสริมพลังงาน 

สามารถเข้าร่วมอบรม ในหลักสูตร ที่เกี่ยวข้อง กับการอนุรักษ์พลังงาน โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด

ถึงเวลาแล้ว เครื่องช่วยประหยัดไฟฟ้า

ลดค่าไฟฟ้า 10 - 30%

 

​​​​​​​​

เกี่ยวกับอุปกรณ์ช่วยประหยัดพลังงานคอสมอเตอร์

"เครื่องปรับปรุงคุณภาพไฟฟ้า เพื่อช่วยลดค่าไฟฟ้า โดยไม่ลดประสิทธิภาพของเครื่องใช้ไฟฟ้า"

หลักการทำงานของ Cosmotor จะใช้วิธีปรับปรุงรูปคลื่นแรงดันและรูปคลื่นกระแสไฟฟ้าให้ดียิ่งขึ้น ส่งผลให้สามารถลดกระแสไฟฟ้าที่สูญเสียไปในเครื่องใช้ไฟฟ้าและสายส่งไฟฟ้ารวมถึงการช่วยลดความร้อนในสายส่ง โดยไม่ลดแรงดันไฟฟ้า (Volts) และยังช่วยปรับปรุงค่าประกอบกำลังฟ้า (Power Factor) ทำให้ระบบไฟฟ้าของท่านเสถียรมากขึ้น ช่วยลดแรงดันกระชาก (Surge & Spikes) ระงับแรงดันเกินชั่วขณะที่เป็นอันตราย อันเนื่องมาจากแหล่งจ่ายภายนอกหรือจากฟ้าผ่า และช่วยแก้ปัญหาแรงดันตกปลายทาง ลดค่าความต้องการพลังงานไฟฟ้า (Peak demand) หลังจากติดตั้งและ ผ่านการใช้อุปกรณ์นี้แล้ว คือค่าไฟที่จะลดลงได้ 10 – 30 %

ประโยชน์ของอุปกรณ์คอสมอเตอร์

  • ช่วยประหยัดค่าไฟฟ้า 10 – 30%
  • เครื่องเดียวควบคุมได้ทั้งระบบ ติดตั้งง่ายลดค่าไฟฟ้าได้ทันที
  • ช่วยปรับปรุงคุณภาพของไฟฟ้าเพื่อให้เครื่องใช้ไฟฟ้าทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • ลดกระแสไฟฟ้าที่สูญเสียไปในสายส่งและลดความร้อนในสายส่งโดยไม่ลดแรงดันไฟฟ้า(Volts)
  • ปรับปรุงค่าประกอบกำลังไฟฟ้า (Power Factor) ทำให้ระบบไฟฟ้ามีความเสถียรมากขึ้น
  • ช่วยปรับปรุงแรงดันให้คงที่และช่วยแก้ปัญหาแรงดันตกปลายทาง
  • ช่วยลดแรงกระชากและแรงดันกระเพื่อม (Surge & spikes)
  • ระงับแรงดันเกินชั่วขณะที่เป็นอันตรายอันเนื่องมาจากฟ้าผ่า
  • ลดค่าความต้องการของพลังงานไฟฟ้า (Peak demand)
  • ลดการกระชากไฟจากมิเตอร์ในขณะที่เปิดเครื่องใช้ไฟฟ้า
  • ลดค่าซ่อมบำรุง และยืดอายุการใช้งาน
  • สินค้ารับประกัน 5 ปี ถ้าเสียหรือเสื่อมยินดีเปลี่ยนให้ใหม่

อ่านเนื้อหาเพิ่มเติม...